Dahlia-news-site

ดอกรัก มีความหมายอย่างไร และ เหมาะสำหรับใช้ทำอะไร

เมื่อพูดถึง ‘ดอกรัก’ คุณผู้อ่านคงนึกถึงดอกไม้ที่มีรูปร่างแปลกตา ซึ่งมักนำมาประกอบในงานมงคลต่างๆ รวมทั้งนำมาร้อยห้อยอยู่ที่ชายของพวงมาลัย ซึ่งดอกไม้ชนิดนี้มีความหมายทางด้านมงคล สื่อถึงความรักอันหวานชื่น หรือสื่อถึงเรื่องรักๆใครๆ สำหรับในวันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านมาทำความรู้จักกับดอกไม้ชนิดนี้ให้ดีขึ้นกันค่ะ

ประเพณีและความเชื่อของไทยที่เกี่ยวข้องกับดอกรัก

ตามประเพณีโบราณที่มีตั้งแต่นมนานในประเทศไทย นิยมนำดอกรักมาร้อยเป็นมาลัยพร้อมกับดอกมะลิ, ดาวเรือง, จำปา และกุหลาบ ซึ่งนำมาใช้ในงานมงคลที่เกี่ยวกับความรัก เนื่องจากดอกรักเป็นดอกไม้ ที่สื่อความหมายถึงความรัก เช่น งานหมั้น, งานแต่งงาน เป็นต้น จากการใช้ในพิธีขันหมากหมั้น, ขันหมากแต่ง, ร้อยเป็นมาลัยให้แก่คู่บ่าว – สาว เป็นต้น ทางด้านความเชื่อของฮาวาย พวกเขายกย่องว่ามาลัยดอกรักที่นำมาทำเป็นสร้อยคอ คือ สัญลักษณ์แห่งการเชิดชูของกษัตริย์ แต่ทางด้านประเทศอินเดีย ความหมายกลับตาลปัตรอย่างสิ้นเชิง เพราะถือว่าดอกไม้ชนิดนี้เป็นวัชพืชไม่มีประโยชน์อะไร สำหรับงานแต่งงานของคนไทย จะนำดอกรักมาร้อยเป็นพวงมาลัยพร้อมสวมให้แก่เจ้าบ่าว – เจ้าสาว อีกทั้งยังใช้ใบรักรองก้นขันเพื่อใส่สินสอดอีกด้วย

ดอกรักไม่ใช่ดอกไม้ดั้งเดิมของไทย

วิถีชีวิตของคนไทยอยู่คู่กับดอกรักมานานนับร้อยปี จนกระทั่งทำให้หลายๆคนไม่อาจทราบว่า ต้นรักแท้จริงแล้วไม่ใช่ต้นไม้ดั้งเดิมของไทย นอกจากนี้ชื่อเดิมของต้นรัก ก็มีความหมายตรงกันข้ามกับความรัก นั่นก็คือ ไม่รัก ด้วยเหตุนี้แล้วฐานะของต้นรักในประเทศเกิดจึงแตกต่างจากในประเทศไทยมาก

โดยต้นรักเป็นพืชประเภทหนึ่ง ซึ่งทนทานต่อสิ่งแวดล้อมอันเลวร้ายได้ดีอีกประเภทหนึ่ง โดยเฉพาะในสภาพดินที่ไม่มีความสมบูรณ์อีกทั้งยังเต็มไปด้วยความแห้งแล้งอันสุดแสนประมาณ ในประเทศต้นกำเนิดจึงพบดอกรักขึ้นเองตามธรรมชาติ ในพื้นที่ทั่วไปบริเวณข้างถนนและลำคลอง

ต้นรักถิ่นกำเนิด ณ อินเดีย

ต้นรักมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศอินเดีย โดยเป็นประเทศเขตร้อนที่เต็มไปด้วยความแห้งแล้ง ดินไม่ดี ในประเทศอินเดีย เรียกต้นรักว่า อรัก ซึ่งแปลว่าไม่รัก จากการที่คนไทยนั้นฟังไม่ถนัดจากสำเนียงที่แตกต่าง จึงเรียกว่า ‘รัก’ ทำให้ความหมายกลายเป็นตรงกันข้าม หากแต่อย่างไรก็เป็นความหมายที่ดี เพราะฉะนั้นต้น ‘รัก’ ในประเทศไทยจึงเป็นต้นไม้ที่มีฐานะพิเศษ ใกล้ชิดกับวิถีชีวิตของคนไทยในพิธีกรรมต่างๆ มากที่สุดอีกชนิดหนึ่ง จากความหมายที่แห้งแล้งกลายมาเป็นต้นไม้แห่งความรัก ซึ่งชาวไทยใช้แทนความรักนับตั้งแต่อดีตจวบจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

ต้นรักกับทางไสยศาสตร์

พูดถึงเรื่องในทางไสยศาสตร์ คนไทยในสมัยก่อนนิยมใช้รากต้นรักมาแกะสลักเป็นรูปเด็กขนาดเล็ก พร้อมนำมารวมกับรูปเด็กซึ่งแกะสลักจากรากมะยม นำมารวมกันแล้วเรียกว่า ‘รักยม’ หลังจากนั้นจึงนำไปแช่ในขวดขนาดเล็ก ที่ใส่น้ำมันจันทน์ลงไป ก็กลายมาเป็นของขลังที่ชายไทยในสมัยก่อนนิยมพกไปไหนมาไหน นอกจากนี้ในส่วนของใบของรัก ก็นำมาใช้ทำเสน่ห์ให้ผู้คนรักได้ ด้วยการใช้ใบจากต้นรักซ้อนสีขาวเช่นเดียวกัน

‘ดอกรัก’ จัดเป็นสินค้าเกษตรที่ประเทศไทยต้องการตลอดทั้งปี เนื่องจากนำมาใช้ในการร้อยพวงมาลัยสวยงามนำไปใช้ในตลาดต่างๆ อีกทั้งเกษตรกรจากหลายๆสวนยังปลูกต้นรัก เพื่อเอาไว้ใช้เก็บดอกมาร้อยพวงมาลัยขายเองเป็นวงจร ส่วนใหญ่มักปลูกคู่ไปกับดอกมะลิลา เนื่องจากใช้เป็นองค์ประกอบเป็นพวงมาลัยที่ชาวไทยต่างให้ความคุ้นเคยกันมากที่สุด นอกจากนี้ยังมักปลูกต้นจำปีอีกด้วย เพราะให้ดอกได้ตลอดปีก่อให้เกิดรายได้อย่างต่อเนื่อง

12-Purple-Flowering-Trees-news-site

12 ต้นไม้ดอกสีม่วง สวยงาม เหมาะสำหรับจัดสวน

สำหรับคุณผู้อ่านที่ชื่นชอบและมีความรักในการปลูกต้นไม้ เพื่อสร้างความสวยงามและสร้างความร่มรื่นให้แก่บ้าน ต้องขอบอกเลยว่านอกจากสีเขียวที่มอบทั้งความสดชื่นและร่มรื่นให้แล้ว วันนี้เราจะมาแนะนำต้นไม้ที่พร้อมมอบสีสันสุดสดใสให้แก่คุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเป็นคนชื่นชอบสีม่วงด้วยแล้วละก็ วันนี้เราก็มีดอกไม้สีม่วงมาแนะนำ ซึ่งมีทั้งความสวยงาม, กลิ่นหอม อีกทั้งยังนำมาปลูกได้ง่ายในประเทศไทยมาฝากกันค่ะ

  1. เทียนหยด

ออกทั้งดอกและผล โดยหลายๆคนรู้จักดีในชื่อ ช่อม่วง เป็นไม้พุ่มเตี้ย กิ่งลู่ลงบนพื้น ดอกออกเป็นช่อเรียงตัวสวยงาม ห้อยลงเป็นระย้า ในประเทศไทยขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ส่งความสดใสสวยงามตลอดปี เจริญเติบโตได้ดีในดินทั่วไป ต้องการน้ำพอชุ่มฉ่ำ อีกทั้งยังรักแสงแดดจัดตลอดทั้งวัน

  1. บัวผัน

มีชื่อเรียกที่เป็นทางการว่า นิลุบล เป็นดอกไม้ที่มีสีสวย กลิ่นหอมมาก นิยมปลูกในอ่างน้ำ ลอยไปลอยมาน่าดูชม ดอกออกเป็นกลีบซ้อนขนาดใหญ่ ปลายกลีบสวยเรียวแหลม ดูแลง่าย ทนต่อสภาพอากาศในประเทศไทยดีมาก

  1. บานชื่น

เป็นหนึ่งในไม้มงคล ดอกออกเป็นช่อกระจุก อีกทั้งยังมีมากมายหลากหลายสี เช่น ม่วง, ชมพู และขาว ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ดอกโตเร็ว ปลูกได้ตลอดทั้งปี ชอบดินที่มีความชื้นปานกลาง หากแต่ไม่ชอบความน้ำขัง ชอบแสงแดดจัด

  1. นีออน

เป็นดอกไม้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก มีลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดกลางจวบไปจนถึงใหญ่ ดอกขึ้นตามปลายกิ่ง ชอบดินร่วนที่ระบายน้ำและอากาศได้ดี อีกทั้งชอบน้ำระดับปานกลาง ไม่ชอบน้ำขัง และชอบแดดแรงๆ ซึ่งต้องตัดแต่งกิ่งบ่อย ๆ เพื่อรักษาทรงของลำต้นให้แลดูสวยงามและแข็งแรง

  1. ราชาวดี

มีเอกลักษณ์ตรงที่มีกลิ่นหอมแรง มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ออกดอกเป็นช่อ มีความยาว 2-3 นิ้ว โตช้า แต่ออกดอกดกตลอดปี ปราศจากโรคและแมลงรบกวน แข็งแรงโตได้ในดินทุกชนิด แต่ชอบดินร่วนปนทรายที่สุด ไม่ชอบน้ำขัง ชอบรับแสงแดดตลอดทั้งวัน

  1. แวววิเชียร

เป็นดอกไม้ที่มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ นิยมนำมาปลูกริมทางบ้านและสวน มีลักษณะเป็นไม้ล้มลุกขนาดกลาง ดอกออกช่อยาว กลิ่นแรงติดมือเมื่อจับ เติบโตได้ดีในดินเกือบทุกชนิด หากแต่ชอบดินร่วนซุยและชอบความชุ่มชื้น ต้องการน้ำปานกลาง ปลูกง่าย โตเร็ว อีกทั้งยังทนต่อโรคและแมลงอีกด้วย

  1. สวีทพี

สีม่วงมีความสวยงามโดดเด่นและมีกลิ่นหอม สำหรับดอกสีม่วงแนะนำพันธุ์ Even Song, The Doctor, Maggie May และ Noel Sutton ในเรื่องการดูแลรักษาก็ไม่ยากเลย ชอบดินร่วนอุดมสมบูรณ์

  1. หลิวไต้หวัน

ดอกน่ารักออกตามซอกใบ มีให้เลือกหลายสี เช่น ม่วง, ชมพู และขาว โตเร็ว, ชอบดินร่วนปนทราย อีกทั้งยังชอบแสงแดดจัดตลอดทั้งวัน นิยมนำมาปลูกเพื่อประดับตกแต่งสวน

  1. อังกาบ

จัดเป็นสมุนไพรที่ออกดอกสวย มี นิยมปลูกข้างรั้ว ดอกออกเป็นช่อทรงกรวย ส่วนปลายแยกออกเป็น 4 แฉก ปลูกง่าย ดูแลไม่ยากเลย อีกทั้งยงโตเร็วระดับปานกลาง ชอบดินร่วนระบายน้ำได้ดี ชอบแสงแดดแบบรำไรเท่านั้น

  1. อัญชัญ

ดอกไม้ที่คนไทยต่างรู้จักกันดี มีสรรพคุณในด้านดีมากมาย ดูแลไม่ยาก ออกดอกตลอดทั้งปี ทนทางต่อความแห้งแล้งเก่ง ไม่มีโรคและแมลงรบกวนเท่าไหร่ หากแต่ต้องทำที่ให้ไม้เลื้อยด้วย

  1. แอสเตอร์

ส่วนบริเวณที่เป็นดอกมีทั้งชั้นนอกและชั้นใน ชอบดินร่วนที่เป็นกรดเพียงเล็กน้อย อีกทั้งยังต้องการน้ำระดับปานกลาง หากแต่ต้องระวังเป็นอย่างสูง อย่าให้แฉะเนื่องจากเป็นโรครากเน่าได้ง่าย

  1. ไฮเดรนเยีย

มีสรรพคุณทางจิตใจ ช่วยทำให้จิตใจเบิกบานยามได้รับชม เป็นไม้ดอกทรงพุ่มกว้าง ชอบดินร่วนปนทรายอันแสนอุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำได้ดี มีความชื้นสม่ำเสมอ ชอบแสงแดดรำไร ต้องใส่ใจในการดูแลรักษาสักนิดเนื่องจากเกิดโรคต่างๆ ได้ง่าย

How-grow-melon

วิธีปลูกเมล่อน จากเมล็ดแบบง่ายๆ

เมลอน เป็นผลไม้แสนอร่อย ที่ได้รับความนิยมมากด้วยรสหวานชุ่มฉ่ำ หากแต่ราคาของเมล่อนก็ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับผลไม้ทั่วๆ ไป เพราะฉะนั้นการปลูกเมลอนด้วยตัวเอง จึงเป็นอีกวิธีที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำการปลูกเมล่อนลงกระถางกัน รับรองว่าคุณจะต้องติดใจ ถ้าพร้อมแล้วก็มาเริ่มกันเลย

วิธีเพาะต้นกล้า

  • สำหรับวันนี้เราจะมาปลูกเมล่อนด้วย เมล็ดพันธุ์ Princess โดยในซองมี 30-40 เมล็ด นำมาเพาะในกระดาษทิชชูชุบน้ำหมาดๆ ปิดเอาไว้ในภาชนะเพื่อกันน้ำระเหย หลังจากนั้น 2-3 วัน ให้สังเกตว่าคุณเห็นรากขาวๆ โผล่ขึ้นมา หลังจากนั้นให้คุณนำไปเพาะในกระถาดเพาะต้นกล้า ด้วยการใช้ดินมีเดีย ตามด้วยรดน้ำเช้าเย็น
  • เมื่อเมล็ดงอกออกมาสมบูรณ์ โดยมีใบเลี้ยง 2 ใบ และใบแท้อีก 2 ใบ หลังจากนั้นให้ย้ายลงกระถางปลูกเลย และวันที่จะย้ายให้งดน้ำช่วงเช้า

grow-melon

เตรียมดิน

  • ด้วยการผสมดิน 8 ส่วนลงในกระถาง ตามด้วยปุ๋ยคอกอีก 2 ส่วน ให้คุณใช้ปูนขาวปรับสภาพดิน หลังจากนั้นตากดินผสมทั้งหมด 7-10 วัน เพื่อกำจัดวัชพืชในดินให้สิ้น
  • ย้ายต้นกล้าลงกระถางในตอนเย็นตามด้วยรดน้ำทันที
  • หลังจากย้ายลงกระถาง 14 วัน ให้น้องต้นอ่อนรับแดดเต็มๆ

มาปลูกเมล่อนกัน

  • เมื่อต้นไม้เลื้อยและดอกออกแล้ว คราวนี้ก็เริ่มติดผลได้แล้ว
  • ตัดแต่งกิ่งแขนงข้อ 1-8 ออกไปให้สิ้น เหลือข้อที่ 9-12 เอาไว้
  • โรยปุ๋ยยูเรียบริเวณขอบกระถางก่อนรดน้ำตอนเย็น
  • ต่อมาเมื่อติดผลแล้ว คราวนี้ก็ให้น้ำมากขึ้น จากเดิม 2 ลิตรต่อต้น/ต่อวัน ได้แก่ เช้า 1 ลิตร และเย็น 1 ลิตร คราวนี้ก็เปลี่ยนมาเป็น 3 ลิตรต่อต้น/ต่อวัน ได้แก่ เช้า 2 ลิตร และเย็น 1 ลิตร หลังติดผล 14 วัน ให้โรยปุ๋ยสูตร 13-13-21 ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะต่อต้น โดยโรยก่อนให้น้ำในตอนเย็น
  • อย่าลืมมัดผลกับไม้ยึดเพื่อช่วยพยุงตัวด้วย ต่อมาเพื่อกันแมลงให้หาหนังสือพิมพ์ หรือถุงตาข่ายมาห่อเอาไว้ด้วย
  • ถัดมาคือขั้นตอนตัดแต่งกิ่ง เพื่อให้สารอาหารจากดินส่งอาหารให้ผลเต็มที่
  • ก่อนเก็บเกี่ยว 7-10 วัน ให้คุณผสมอาหารกระต่ายแบบเม็ดกับปุ๋ย Potassium ลงไปในกระถาง เพื่อให้เนื้อผลไม้แน่นมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความหวานมากขึ้นอีกด้วย

คราวนี้เมลอนก็ถึงคราวทยอยเก็บได้แล้ว ถ้าต้นไหนใบเหี่ยวแล้วถึงลูกจะยังเล็กอยู่ ก็ต้องทยอยเก็บได้แล้ว โดยอายุเก็บเกี่ยวในซองจะเขียนว่า 50 – 55 วัน แต่อาจเลยไปถึง 60 วันได้ เพราะแต่ในล่ะลูกก็ติดผลไม่เท่ากัน

How-to-grow-lemon

วิธีปลูกมะนาวให้ลูกดกขายได้ทันที

สำหรับคุณผู้อ่านที่ต้องการน้ำมะนาวมาใช้งานอยู่เป็นประจำ หากแต่ครั้นจะไปซื้อตลาดก็มีราคาแพง แถมยังไม่มั่นใจอีกว่ามะนาวที่ได้มานั้นจะเป็นมะนาวไม่มีน้ำหรือไม่ เพราะฉะนั้นวันนี้เราจึงได้รวบรวมข้อมูล วิธีปลูกมะนาวให้ได้ลูกดก มาให้คุณลองนำไปปลูกกันที่บ้านกันดู จะปลูกไว้ใช้เองหรือจะปลูกสร้างเป็นรายได้เสริมก็ได้ทั้งนั้น

ส่วนผสมพิเศษ สำหรับสร้างฮอร์โมนไข่เพื่อเร่งลูกดก

  • ไข่ไก่ 5 กิโลกรัม
  • น้ำตาลอ้อย 5 กิโลกรัม
  • นมเปรี้ยว 3 ขวด
  • แป้งข้าวหมาก 3 ลูก

growlemon

วิธีทำฮอร์โมนไข่พิเศษ เพื่อเปิดตาดอกมะนาว ให้ลูกดกจนต้นแทบหัก

  • บดแป้งข้าวหมากให้ป่น หลังจากนั้นก็เทนมเปรี้ยวลงไป หลังจากนั้นก็ปั่นไข่ไก่ทั้งเปลือก ตามด้วยเทกากน้ำตาลใส่ลงไป พยายามคนให้ส่วนผสมเข้ากัน หลังจากนั้นปิดฝาภาชนะให้มิดชิดเรียบร้อย แล้วนำไปหมักในที่ร่ม 7-10 วัน เมื่อเปิดฝาออกมาเช็คให้คุณตรวจสอบว่าฮอร์โมนไข่ที่คุณหมักนั้นมีความหนืดหรือเหลวจนเกินไปหรือไม่ โดยถ้ามีความหนืดหรือแห้งมากเกินไป ให้คุณแก้ด้วยการใช้น้ำมะพร้าวอ่อนเทลงไปกวนให้เข้าที่ เพื่อลดความหนืดหลังจากนั้นจึงตักออกมาใช้
  • ก่อนการใช้น้ำหมักไข่ชนิดพิเศษนี้ ให้คุณนำเศษหญ้าออกจากโคนต้นไม้ให้เกลี้ยงเสียก่อน เพื่อไม่ให้ Nitrogen ละลายไป หลังจากนั้นให้คุณใช้น้ำหมักไข่จำนวน 50 CC ผสมน้ำ 20 ลิตร ราดลงที่บริเวณโคนต้นมะนาวที่เตรียมเอาไว้แล้ว ตามด้วยน้ำตาลทราย 2-3 ทัพพีกับน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทางใบ
  • นอกจากนี้คุณอาจจะใช้น้ำหมักสูตรพิเศษนี้ ร่วมกับปุ๋ย 0-52-34 อัตรา 10 กรัม Vitzalier 5 กรัม และ น้ำมะพร้าวอ่อน 100 C.C. บวกเข้าไปอีก เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งรวมทั้งกระตุ้นการเปิดตาดอกให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และใช้วิธีฉีดพ่นให้กระจายไปทั่วให้เปียกชุ่มราวกับฝนตก แนะนำว่าให้ฉีดอาทิตย์ละครั้งก็พอ เพื่อให้มะนาวแตกใบอ่อนออกมาได้เยอะ

สูตรลับพิเศษเปิดตาดอกมะนาว ให้ลูกดกมากขึ้น

สำหรับสูตรนี้ให้ใช้ 13-0-46 ปริมาณ 1000 กรัม + Thiourea ปริมาณ 1000 กรัม + ธาตุอาหารรอง + อาหารเสริม +สาหร่าย 200 CC + CalBo 200 CC + สมุนไพรกกัดแมลง สำหรับน้ำเร่งสูตรลับนี้ ให้คุณฉีดช่วงเช้า 1 รอบ หลังจากนั้นอีก 7 วันต่อมา ให้คุณฉีดซ้ำอีก 1 รอบ แล้วก็รออีก 15 วัน ดอกมะนาวก็จะออกดอกแตกใบ หากแต่ถ้าใช้สูตรนี้แล้ว อย่าตกใจเพราะใบมะนาวจะร่วงหนักมาก หากแต่ให้ดูดีๆ จะพบว่าจะมีแต่ใบแก่เท่านั้น รออีกไม่กี่วันมะนาวก็จะออกช่อและดอกมาพร้อมกัน