12-Purple-Flowering-Trees-news-site

12 ต้นไม้ดอกสีม่วง สวยงาม เหมาะสำหรับจัดสวน

สำหรับคุณผู้อ่านที่ชื่นชอบและมีความรักในการปลูกต้นไม้ เพื่อสร้างความสวยงามและสร้างความร่มรื่นให้แก่บ้าน ต้องขอบอกเลยว่านอกจากสีเขียวที่มอบทั้งความสดชื่นและร่มรื่นให้แล้ว วันนี้เราจะมาแนะนำต้นไม้ที่พร้อมมอบสีสันสุดสดใสให้แก่คุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเป็นคนชื่นชอบสีม่วงด้วยแล้วละก็ วันนี้เราก็มีดอกไม้สีม่วงมาแนะนำ ซึ่งมีทั้งความสวยงาม, กลิ่นหอม อีกทั้งยังนำมาปลูกได้ง่ายในประเทศไทยมาฝากกันค่ะ

  1. เทียนหยด

ออกทั้งดอกและผล โดยหลายๆคนรู้จักดีในชื่อ ช่อม่วง เป็นไม้พุ่มเตี้ย กิ่งลู่ลงบนพื้น ดอกออกเป็นช่อเรียงตัวสวยงาม ห้อยลงเป็นระย้า ในประเทศไทยขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ส่งความสดใสสวยงามตลอดปี เจริญเติบโตได้ดีในดินทั่วไป ต้องการน้ำพอชุ่มฉ่ำ อีกทั้งยังรักแสงแดดจัดตลอดทั้งวัน

  1. บัวผัน

มีชื่อเรียกที่เป็นทางการว่า นิลุบล เป็นดอกไม้ที่มีสีสวย กลิ่นหอมมาก นิยมปลูกในอ่างน้ำ ลอยไปลอยมาน่าดูชม ดอกออกเป็นกลีบซ้อนขนาดใหญ่ ปลายกลีบสวยเรียวแหลม ดูแลง่าย ทนต่อสภาพอากาศในประเทศไทยดีมาก

  1. บานชื่น

เป็นหนึ่งในไม้มงคล ดอกออกเป็นช่อกระจุก อีกทั้งยังมีมากมายหลากหลายสี เช่น ม่วง, ชมพู และขาว ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ดอกโตเร็ว ปลูกได้ตลอดทั้งปี ชอบดินที่มีความชื้นปานกลาง หากแต่ไม่ชอบความน้ำขัง ชอบแสงแดดจัด

  1. นีออน

เป็นดอกไม้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก มีลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดกลางจวบไปจนถึงใหญ่ ดอกขึ้นตามปลายกิ่ง ชอบดินร่วนที่ระบายน้ำและอากาศได้ดี อีกทั้งชอบน้ำระดับปานกลาง ไม่ชอบน้ำขัง และชอบแดดแรงๆ ซึ่งต้องตัดแต่งกิ่งบ่อย ๆ เพื่อรักษาทรงของลำต้นให้แลดูสวยงามและแข็งแรง

  1. ราชาวดี

มีเอกลักษณ์ตรงที่มีกลิ่นหอมแรง มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ออกดอกเป็นช่อ มีความยาว 2-3 นิ้ว โตช้า แต่ออกดอกดกตลอดปี ปราศจากโรคและแมลงรบกวน แข็งแรงโตได้ในดินทุกชนิด แต่ชอบดินร่วนปนทรายที่สุด ไม่ชอบน้ำขัง ชอบรับแสงแดดตลอดทั้งวัน

  1. แวววิเชียร

เป็นดอกไม้ที่มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ นิยมนำมาปลูกริมทางบ้านและสวน มีลักษณะเป็นไม้ล้มลุกขนาดกลาง ดอกออกช่อยาว กลิ่นแรงติดมือเมื่อจับ เติบโตได้ดีในดินเกือบทุกชนิด หากแต่ชอบดินร่วนซุยและชอบความชุ่มชื้น ต้องการน้ำปานกลาง ปลูกง่าย โตเร็ว อีกทั้งยังทนต่อโรคและแมลงอีกด้วย

  1. สวีทพี

สีม่วงมีความสวยงามโดดเด่นและมีกลิ่นหอม สำหรับดอกสีม่วงแนะนำพันธุ์ Even Song, The Doctor, Maggie May และ Noel Sutton ในเรื่องการดูแลรักษาก็ไม่ยากเลย ชอบดินร่วนอุดมสมบูรณ์

  1. หลิวไต้หวัน

ดอกน่ารักออกตามซอกใบ มีให้เลือกหลายสี เช่น ม่วง, ชมพู และขาว โตเร็ว, ชอบดินร่วนปนทราย อีกทั้งยังชอบแสงแดดจัดตลอดทั้งวัน นิยมนำมาปลูกเพื่อประดับตกแต่งสวน

  1. อังกาบ

จัดเป็นสมุนไพรที่ออกดอกสวย มี นิยมปลูกข้างรั้ว ดอกออกเป็นช่อทรงกรวย ส่วนปลายแยกออกเป็น 4 แฉก ปลูกง่าย ดูแลไม่ยากเลย อีกทั้งยงโตเร็วระดับปานกลาง ชอบดินร่วนระบายน้ำได้ดี ชอบแสงแดดแบบรำไรเท่านั้น

  1. อัญชัญ

ดอกไม้ที่คนไทยต่างรู้จักกันดี มีสรรพคุณในด้านดีมากมาย ดูแลไม่ยาก ออกดอกตลอดทั้งปี ทนทางต่อความแห้งแล้งเก่ง ไม่มีโรคและแมลงรบกวนเท่าไหร่ หากแต่ต้องทำที่ให้ไม้เลื้อยด้วย

  1. แอสเตอร์

ส่วนบริเวณที่เป็นดอกมีทั้งชั้นนอกและชั้นใน ชอบดินร่วนที่เป็นกรดเพียงเล็กน้อย อีกทั้งยังต้องการน้ำระดับปานกลาง หากแต่ต้องระวังเป็นอย่างสูง อย่าให้แฉะเนื่องจากเป็นโรครากเน่าได้ง่าย

  1. ไฮเดรนเยีย

มีสรรพคุณทางจิตใจ ช่วยทำให้จิตใจเบิกบานยามได้รับชม เป็นไม้ดอกทรงพุ่มกว้าง ชอบดินร่วนปนทรายอันแสนอุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำได้ดี มีความชื้นสม่ำเสมอ ชอบแสงแดดรำไร ต้องใส่ใจในการดูแลรักษาสักนิดเนื่องจากเกิดโรคต่างๆ ได้ง่าย

How-grow-melon

วิธีปลูกเมล่อน จากเมล็ดแบบง่ายๆ

เมลอน เป็นผลไม้แสนอร่อย ที่ได้รับความนิยมมากด้วยรสหวานชุ่มฉ่ำ หากแต่ราคาของเมล่อนก็ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับผลไม้ทั่วๆ ไป เพราะฉะนั้นการปลูกเมลอนด้วยตัวเอง จึงเป็นอีกวิธีที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำการปลูกเมล่อนลงกระถางกัน รับรองว่าคุณจะต้องติดใจ ถ้าพร้อมแล้วก็มาเริ่มกันเลย

วิธีเพาะต้นกล้า

  • สำหรับวันนี้เราจะมาปลูกเมล่อนด้วย เมล็ดพันธุ์ Princess โดยในซองมี 30-40 เมล็ด นำมาเพาะในกระดาษทิชชูชุบน้ำหมาดๆ ปิดเอาไว้ในภาชนะเพื่อกันน้ำระเหย หลังจากนั้น 2-3 วัน ให้สังเกตว่าคุณเห็นรากขาวๆ โผล่ขึ้นมา หลังจากนั้นให้คุณนำไปเพาะในกระถาดเพาะต้นกล้า ด้วยการใช้ดินมีเดีย ตามด้วยรดน้ำเช้าเย็น
  • เมื่อเมล็ดงอกออกมาสมบูรณ์ โดยมีใบเลี้ยง 2 ใบ และใบแท้อีก 2 ใบ หลังจากนั้นให้ย้ายลงกระถางปลูกเลย และวันที่จะย้ายให้งดน้ำช่วงเช้า

grow-melon

เตรียมดิน

  • ด้วยการผสมดิน 8 ส่วนลงในกระถาง ตามด้วยปุ๋ยคอกอีก 2 ส่วน ให้คุณใช้ปูนขาวปรับสภาพดิน หลังจากนั้นตากดินผสมทั้งหมด 7-10 วัน เพื่อกำจัดวัชพืชในดินให้สิ้น
  • ย้ายต้นกล้าลงกระถางในตอนเย็นตามด้วยรดน้ำทันที
  • หลังจากย้ายลงกระถาง 14 วัน ให้น้องต้นอ่อนรับแดดเต็มๆ

มาปลูกเมล่อนกัน

  • เมื่อต้นไม้เลื้อยและดอกออกแล้ว คราวนี้ก็เริ่มติดผลได้แล้ว
  • ตัดแต่งกิ่งแขนงข้อ 1-8 ออกไปให้สิ้น เหลือข้อที่ 9-12 เอาไว้
  • โรยปุ๋ยยูเรียบริเวณขอบกระถางก่อนรดน้ำตอนเย็น
  • ต่อมาเมื่อติดผลแล้ว คราวนี้ก็ให้น้ำมากขึ้น จากเดิม 2 ลิตรต่อต้น/ต่อวัน ได้แก่ เช้า 1 ลิตร และเย็น 1 ลิตร คราวนี้ก็เปลี่ยนมาเป็น 3 ลิตรต่อต้น/ต่อวัน ได้แก่ เช้า 2 ลิตร และเย็น 1 ลิตร หลังติดผล 14 วัน ให้โรยปุ๋ยสูตร 13-13-21 ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะต่อต้น โดยโรยก่อนให้น้ำในตอนเย็น
  • อย่าลืมมัดผลกับไม้ยึดเพื่อช่วยพยุงตัวด้วย ต่อมาเพื่อกันแมลงให้หาหนังสือพิมพ์ หรือถุงตาข่ายมาห่อเอาไว้ด้วย
  • ถัดมาคือขั้นตอนตัดแต่งกิ่ง เพื่อให้สารอาหารจากดินส่งอาหารให้ผลเต็มที่
  • ก่อนเก็บเกี่ยว 7-10 วัน ให้คุณผสมอาหารกระต่ายแบบเม็ดกับปุ๋ย Potassium ลงไปในกระถาง เพื่อให้เนื้อผลไม้แน่นมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความหวานมากขึ้นอีกด้วย

คราวนี้เมลอนก็ถึงคราวทยอยเก็บได้แล้ว ถ้าต้นไหนใบเหี่ยวแล้วถึงลูกจะยังเล็กอยู่ ก็ต้องทยอยเก็บได้แล้ว โดยอายุเก็บเกี่ยวในซองจะเขียนว่า 50 – 55 วัน แต่อาจเลยไปถึง 60 วันได้ เพราะแต่ในล่ะลูกก็ติดผลไม่เท่ากัน

How-to-grow-lemon

วิธีปลูกมะนาวให้ลูกดกขายได้ทันที

สำหรับคุณผู้อ่านที่ต้องการน้ำมะนาวมาใช้งานอยู่เป็นประจำ หากแต่ครั้นจะไปซื้อตลาดก็มีราคาแพง แถมยังไม่มั่นใจอีกว่ามะนาวที่ได้มานั้นจะเป็นมะนาวไม่มีน้ำหรือไม่ เพราะฉะนั้นวันนี้เราจึงได้รวบรวมข้อมูล วิธีปลูกมะนาวให้ได้ลูกดก มาให้คุณลองนำไปปลูกกันที่บ้านกันดู จะปลูกไว้ใช้เองหรือจะปลูกสร้างเป็นรายได้เสริมก็ได้ทั้งนั้น

ส่วนผสมพิเศษ สำหรับสร้างฮอร์โมนไข่เพื่อเร่งลูกดก

  • ไข่ไก่ 5 กิโลกรัม
  • น้ำตาลอ้อย 5 กิโลกรัม
  • นมเปรี้ยว 3 ขวด
  • แป้งข้าวหมาก 3 ลูก

growlemon

วิธีทำฮอร์โมนไข่พิเศษ เพื่อเปิดตาดอกมะนาว ให้ลูกดกจนต้นแทบหัก

  • บดแป้งข้าวหมากให้ป่น หลังจากนั้นก็เทนมเปรี้ยวลงไป หลังจากนั้นก็ปั่นไข่ไก่ทั้งเปลือก ตามด้วยเทกากน้ำตาลใส่ลงไป พยายามคนให้ส่วนผสมเข้ากัน หลังจากนั้นปิดฝาภาชนะให้มิดชิดเรียบร้อย แล้วนำไปหมักในที่ร่ม 7-10 วัน เมื่อเปิดฝาออกมาเช็คให้คุณตรวจสอบว่าฮอร์โมนไข่ที่คุณหมักนั้นมีความหนืดหรือเหลวจนเกินไปหรือไม่ โดยถ้ามีความหนืดหรือแห้งมากเกินไป ให้คุณแก้ด้วยการใช้น้ำมะพร้าวอ่อนเทลงไปกวนให้เข้าที่ เพื่อลดความหนืดหลังจากนั้นจึงตักออกมาใช้
  • ก่อนการใช้น้ำหมักไข่ชนิดพิเศษนี้ ให้คุณนำเศษหญ้าออกจากโคนต้นไม้ให้เกลี้ยงเสียก่อน เพื่อไม่ให้ Nitrogen ละลายไป หลังจากนั้นให้คุณใช้น้ำหมักไข่จำนวน 50 CC ผสมน้ำ 20 ลิตร ราดลงที่บริเวณโคนต้นมะนาวที่เตรียมเอาไว้แล้ว ตามด้วยน้ำตาลทราย 2-3 ทัพพีกับน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทางใบ
  • นอกจากนี้คุณอาจจะใช้น้ำหมักสูตรพิเศษนี้ ร่วมกับปุ๋ย 0-52-34 อัตรา 10 กรัม Vitzalier 5 กรัม และ น้ำมะพร้าวอ่อน 100 C.C. บวกเข้าไปอีก เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งรวมทั้งกระตุ้นการเปิดตาดอกให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และใช้วิธีฉีดพ่นให้กระจายไปทั่วให้เปียกชุ่มราวกับฝนตก แนะนำว่าให้ฉีดอาทิตย์ละครั้งก็พอ เพื่อให้มะนาวแตกใบอ่อนออกมาได้เยอะ

สูตรลับพิเศษเปิดตาดอกมะนาว ให้ลูกดกมากขึ้น

สำหรับสูตรนี้ให้ใช้ 13-0-46 ปริมาณ 1000 กรัม + Thiourea ปริมาณ 1000 กรัม + ธาตุอาหารรอง + อาหารเสริม +สาหร่าย 200 CC + CalBo 200 CC + สมุนไพรกกัดแมลง สำหรับน้ำเร่งสูตรลับนี้ ให้คุณฉีดช่วงเช้า 1 รอบ หลังจากนั้นอีก 7 วันต่อมา ให้คุณฉีดซ้ำอีก 1 รอบ แล้วก็รออีก 15 วัน ดอกมะนาวก็จะออกดอกแตกใบ หากแต่ถ้าใช้สูตรนี้แล้ว อย่าตกใจเพราะใบมะนาวจะร่วงหนักมาก หากแต่ให้ดูดีๆ จะพบว่าจะมีแต่ใบแก่เท่านั้น รออีกไม่กี่วันมะนาวก็จะออกช่อและดอกมาพร้อมกัน

only-site-How-to-plant-chili-in-pots

วิธีปลูกพริกในกระถาง ง่ายๆ ที่บ้านของคุณ

‘พริกขี้หนูสวน’ เป็นพืช-ผักสวนครับที่ทุกครัวเรือนต้องมีติดบ้านเอาไว้ เพื่อนำไปประกอบอาหาร พริกขี้หนูสามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินเกือบทุกชนิด หากแต่ดินที่มีความเหมาะสมที่สุด ก็คือ ดินร่วนปนทรายมีการระบายน้ำได้ดี อีกทั้งยังมีความเป็นกรด-ด่าง ของดินอยู่ที่ 6.0 – 6.8 อีกทั้งยังปลูกได้ตลอดทั้งปี พริกขี้หนูสวนพันธ์นิยมปลูก มีมากมายหลายพันธุ์ เช่น พันธุ์ห้วยสีทน พริกพันธุ์หัวเรือ และ พริกพันธุ์สร้อย เป็นต้น

วิธีปลูกพริกขี้หนูสวนด้วยตัวเองอย่างง่ายๆ ขึ้นแน่แม้ไม่ได้เป็นเกษตรกร

พริกขี้หนูสวนปลูกได้ทั้งในไร่และสวนยกร่อง โดยการปลูกแบบไร่จะใช้น้ำฝน รวมทั้งให้น้ำเสริมในช่วงหน้าแล้งจากการวักจากบ่อน้ำ ด้วยวิธีนี้จะทำให้ได้ผลิตผลอย่างไม่สม่ำเสมอ นอกจากนี้จากการปลูกในสภาพสวน จะนิยมปลูกในบริเวณลุ่มและยกร่อง จึงทำให้มีน้ำหล่อเลี้ยงเกือบตลอดปี ทำให้ได้ผลผลิตในเวลาที่ต้องการ

How-to-plant-chili-in-pots-only-site

วิธีการเพาะเมล็ดเพื่อปลูก

เริ่มจากการนำเมล็ดมาใส่ในถุงผ้าและแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน ในน้ำควรใส่ยาป้องกันเชื้อราลงไปด้วย เมื่อผ่านไปแล้ว 1 คืน ให้นำพริกไปล้างผ่านน้ำไหลอย่างต่ำ 30 นาที เก็บถุงผ้าไว้ในที่ร่มหากแต่ต้องมีความชื้นอีกประมาณ 2-3 วัน ต่อมาเมื่อเมล็ดงอกออกเป็นตุ่มเห็นรากสีขาวเล็ก ต่อมาให้นำ ดิน, ปุ๋ยคอกเก่า, ขี้เถ้าแกลบ ผสมกันในอัตราส่วน 2:1:1 ช่วงนี้คุณจะต้องรดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง ช่วงเช้ากับช่วงบ่าย จนขึ้นใบจริง 3-4 ใบ แล้วค่อยย้ายลงแปลงปลูก หรือกระถาง แต่ถ้าไม่ต้องการเพาะให้เป็นต้นกล้า เมื่อคุณเห็นว่าเมล็ดเริ่มแตกตุ่มรากแล้ว ก็สามารถนำไปหว่านในแปลงหรือกระถางที่เตรียมไว้ได้เช่นกัน ช่วงปลูกที่ดีสุด คือ ช่วงเย็นมีแสงแดดอ่อนๆ เนื่องจากจะทำให้ต้นกล้าแข็งแรงในช่วงที่มีแสงแดด

เมื่อปลูกไปแล้ว 10-15 วัน ควรใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ประมาณ 1 ช้อนแกง ให้โรยห่างจากโคนต้นประมาณ 1 คืบ อย่าลืมกลบดินและรดน้ำตามด้วย อย่าลืมกำจัดวัชพืชให้แปลงเรียบร้อยอยู่เสมอ เมื่อพริกเริ่มโตสามารถใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 15 วัน/ 1 ครั้ง หรือถ้าไม่ต้องการใช้ปุ๋ยเคมี ก็สามารถใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักทดแทนได้ เช่นเดียวกัน ควรรดน้ำทุกวัน เพื่อทำให้ต้นพริกสามารถแตกกิ่งได้ดี, ต้นหนา, ลูกดก, ออกพริกสีสวย, น่ากิน การเก็บเกี่ยวผลผลิต จะเริ่มต้นหลังจากที่พริกเริ่มออกดอกหลังจากปลูก 60-70 วัน เก็บมากินได้เมื่อ 90-100 วัน